เงินบาทเปิด 33.31 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าเล็กน้อย จับตาผลประชุม Fed
เงินบาทเปิดเช้านี้ที่ 33.31 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าเล็กน้อย หลังตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นและดอลลาร์แข็งค่า ขณะที่ตลาดรอลุ้นผลประชุม Fed อย่างใกล้ชิด
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.31 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 33.28 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) อ่อนค่าลงเล็กน้อยในลักษณะ Sideways Up (แกว่งตัวในกรอบ 33.24-33.32 บาทต่อดอลลาร์)
ท่ามกลางแรงกดดันจากการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาน้ำมันดิบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงร้อนแรง รวมถึงจังหวะแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ตามภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม ขณะที่ราคาทองคำยังคงเผชิญแรงกดดันจากความกังวลต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลางหลัก โดยเฉพาะในช่วงราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น อย่างไรก็ดี การแข็งค่าขึ้นขอเงินดอลลาร์ยังคงเป็นไปอย่างจำกัด หลังผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้นผลการประชุม FOMC ก่อนที่จะปรับสถานะถือครองเงินดอลลาร์ที่ชัดเจน
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ – บรรยากาศในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) ท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของ Fed หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังร้อนแรงอยู่ได้หนุนการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาพลังงาน (การปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงานช่วยพยุงตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้บ้าง) ส่งผลให้โดยรวม ดัชนี Dow Jones ปรับตัวลง 0.6% ส่วน ดัชนี S&P 500 ปิดตลาดลง 0.4% ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ปรับตัวลง 0.8%
ตลาดบอนด์ – บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ เคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจนแถวโซน 5.00% หลังผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้น ผลการประชุม FOMC โดยเฉพาะในส่วนของ Dot Plot ใหม่ ที่อาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดบอนด์ได้อย่างมีนัยสำคัญ หลังผู้เล่นในตลาดต่างมีสถานะ Short บอนด์ระยะยาว (และ Pay Rates หรือมองดอกเบี้ยขึ้น) เพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวมและมุมมองของผู้เล่นในตลาดบางส่วนที่เริ่มทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวได้ช่วยจำกัดการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ แม้ว่าบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ จะปรับตัวขึ้นทะลุโซน 5.00% แต่เราประเมินว่าระดับบอนด์ยีลด์ล่าสุดมี จุด Break-Even Yield (ระดับบอนด์ยีลด์ที่ทำให้ การถือครองจากระดับปัจจุบันจะเริ่มขาดทุนในภาพของผลตอบแทนรวม) ของบอนด์ 10 ปี สหรัฐฯ ที่อาจสูงถึง 5.30% ซึ่งสามารถรองรับกรณีที่ Fed เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าที่ตลาดกำลังคาดหวัง (ราว 4 ครั้ง ภายในปีหน้า)
และที่สำคัญ เรามองว่าการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ดังกล่าว จะเปิดทางให้บอนด์ยีลด์ระยะยาวสามารถทยอยปรับตัวลดลงได้ในที่สุดตามภาพเศรษฐกิจและแนวโน้มเงินเฟ้อที่อาจชะลอลง อีกทั้ง Fed มีโอกาสกลับมาลดดอกเบี้ยลงบ้าง ในปีหน้า ทำให้ การทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ เน้น Buy on Dip ช่วงนี้ ยังมีความน่าสนใจอยู่
ตลาดค่าเงิน – เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ในลักษณะ Sideways Up หนุนโดยภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม ทั้งนี้ ผู้เล่นในตลาดต่างยังไม่รีบปรับสถานะถือครอง เพื่อรอรับรู้ผลการประชุม FOMC อีกทั้งการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ได้ถูกชะลอลงบ้าง หลังเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) เคลื่อนไหวผันผวนในด้านแข็งค่าขึ้นบ้างในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย ทำให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย สู่โซน 99.6 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 99.5-99.7 จุด)
ทองคำ – แม้บรรยากาศในตลาดการเงินโดยรวมจะอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) และช่วยพยุงราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. 2026) ได้บ้าง ทว่าโดยรวมราคาทองคำยังคงเผชิญแรงกดดันจาก ความกังวลของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลางหลัก และจังหวะทยอยแข็งค่าขึ้นบ้างของเงินดอลลาร์ ส่งผลให้ โดยรวมราคาทองคำแกว่งตัวแถวโซน 4,320 ดอลลาร์ต่อออนซ์
Krungthai Global Markets มองเงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-Way Risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed และ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options
ก่อนจะรับรู้ผลการประชุม FOMC เรามองว่า เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่าลงได้ หากรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ของอังกฤษ ชะลอลงหรือออกมาต่ำกว่าคาด ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดโอกาส BOE ขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งจะกดดันให้เงินปอนด์อังกฤษ (GBP) อ่อนค่าลง พร้อมหนุนให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นได้บ้าง
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.10-33.50 บาท/ดอลลาร์
ขณะที่ ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.32 บาท/ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.30 บาท/ดอลลาร์
สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เคลื่อนไหวสอดคล้องการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ท่ามกลางการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในคืนนี้ รวมทั้งปัจจัยหนุนจากการที่ราคาน้ำมันยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในการประชุมของเฟดในคืนนี้ นอกเหนือจากอัตราดอกเบี้ยแล้ว นักลงทุนยังจับตารายงานคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) ของเจ้าหน้าที่เฟด รวมทั้งการเปิดเผยตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อัตราว่างงาน และอัตราเงินเฟ้อ
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 94.5% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้ และนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้ง ภายในช่วงเวลา 1 ปีข้างหน้า
โดยมีเหตุผลสนับสนุนจากการที่นายเควิน วอร์ช ประธานเฟด ได้กล่าวสุนทรพจน์ส่งสัญญาณการใช้นโยบายทางการเงินที่เข้มงวดในการประชุมที่แจ็กสันโฮลเมื่อเดือนที่แล้ว ถ้าเงินเฟ้อยังไม่ได้อยู่ในกรอบเป้าหมาย
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
- USD/THB 33.25 - 33.35 แนะนำ ซื้อ 33.25 / ขาย 33.35
- EUR/THB 38.20 - 38.70 แนะนำ ซื้อ 38.20 / ขาย 38.70
- JPY/THB 0.2125 - 0.2165 แนะนำ ซื้อ 0.2125 / ขาย 0.2165
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB